พยาธิที่ไชตามตัว

พยาธิที่ไชตามตัว พยาธิที่ไชตามตัว ท่านคงเคยเห็นคลิปในสื่อสังคมออนไลน์ที่มี “รอยเส้นคดเคี้ยวสีแดงใต้ผิวหนัง” ที่ค่อยๆ ยาวขึ้นเรื่อยๆ หรือเคยได้ยินเรื่องคนที่มีก้อนบวมเคลื่อนที่ไปมาตามใบหน้า แขน และขาบ้างมั้ย? สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องขำๆ แต่เป็นสิ่งที่พบได้จริงในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้ที่ชอบรับประทานอาหาร สุกๆ ดิบๆ หรือผู้ที่ทำงานสัมผัสกับดินบ่อยๆ ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับพยาธิที่ไชตามตัว 3 ชนิดที่พบได้บ่อย ได้แก่: >>> 1. โรคพยาธิปากขอ (Hookworm) โรคพยาธิปากขอเกิดจาก “ตัวอ่อนพยาธิปากขอของสัตว์” (ส่วนใหญ่คือสุนัขและแมว) ที่ปะปนอยู่ในดินที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ เมื่อคนเดินเท้าเปล่า นั่งบนพื้นดิน หรือทำสวนโดยไม่สวมถุงมือ ตัวอ่อนพยาธิสามารถชอนไชผ่านผิวหนังปกติเข้าไปได้ แม้ผิวหนังจะไม่มีแผลก็ตาม ติดได้อย่างไร • สัมผัสดินที่ปนเปื้อนอุจจาระสุนัขหรือแมวที่มีพยาธิ • เดินเท้าเปล่าบนดินหรือทราย • นั่งหรือนอนบนพื้นดินที่อาจมีเชื้อ • ทำสวน ปลูกต้นไม้ ขุดดิน โดยไม่สวมถุงมือ อาการและสัญญาณที่ต้องสังเกต ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ “รอยเส้นคดเคี้ยวสีแดงใต้ผิวหนัง” ที่ค่อยๆ ยาวขึ้นวันละไม่กี่มิลลิเมตรถึงเซนติเมตร พร้อมกับอาการคันมาก Note: รอยเส้นยาวๆ ที่เห็นไม่ใช่ “ขนาดของตัวพยาธิ” แต่เป็น…

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ฉบับเข้าใจง่าย

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ฉบับเข้าใจง่าย สรุปโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ฉบับเข้าใจง่าย ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) คือโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ(HAV) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ซึ่งเข้าไปทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ โรคนี้จะทำให้เกิดตับอักเสบแบบเฉียบพลันและ ไม่นำไปสู่โรคตับอักเสบเรื้อรัง หลังจากติดเชื้อหรือได้รับการฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันในระยะยาว การระบาด เนื่องจากไวรัสตับอักเสบเอ เป็นเชื้อที่มีการติดต่อได้ง่ายจึงอาจทำให้เกิดการระบาดได้เป็นช่วงๆ ในกลุ่มประชากรที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาที่ผ่านมาในประเทศไทยพบว่าคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปีส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นในกลุ่มผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี และยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันมีความเสียงที่จะติดเชื้อและเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในกลุ่มประชากรนี้ ติดต่อได้ยังไง? – จำง่ายๆ ว่าติดต่อทาง “ปาก” จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ – กินอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด: เช่น อาหารสุกๆ ดิบๆ น้ำดื่มที่ไม่สะอาดและมีการปนเบื้อน – ล้างมือไม่สะอาด เข้าห้องน้ำแล้วล้างมือไม่สะอาด เชื้อจึงติดมือเมื่อไปหยิบจับอาหารเข้าปากต่อ สังเกตอาการเหล่านี้ – มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ – จุกแน่น หรือปวดท้องชายโครงขวา (ตำแหน่งตับ) -…

โรคเมลิออยโดสิส-ไข้ดิน-Melioidosis

โรคเมลิออยโดสิส-ไข้ดิน-Melioidosis แผนที่แหล่งที่มีรายงานการพบเชื้อในสิ่งแวดล้อม ชุดตรวจเมลิออยโดสิส ความจริงเกี่ยวกับโรคเมลิออยโดสิสในประเทศไทย ในช่วงนี้ หลายคนกำลังได้ยินประเด็นข่าวการระบาดของโรคเมลิออยโดสิส หรือ ‘โรคไข้ดิน’ และมีความตระหนกว่า เรากำลังเผชิญกับโรคร้ายชนิดใหม่หรือไม่? สื่อสังคมออนไลน์เต็มไปด้วยข่าวลือเรื่อง “ไวรัสดินลึกลับ” โรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนได้ ขอให้ลองอ่านข้อมูลนี้ อย่าตื่นตระหนก แต่ต้องเตรียมพร้อม เมลิออยโดสิสไม่ใช่เรื่องลึกลับ และไม่ใช่ไวรัส แต่มันคือแบคทีเรียที่อยู่คู่กับสภาพอากาศเขตร้อนของบ้านเรามานานแล้ว เรื่องเข้าใจผิดที่ 1: “นี่คือโรคอุบัติใหม่” ความจริง: โรคเมลิออยโดสิสมีการศึกษาในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการวิจัยโรคนี้ระดับนานาชาติ เชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei อาศัยอยู่ในดินแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแต่ไหนแต่ไร โดยมีความเข้มข้นของเชื้ออยู่มากที่สุดในภาคอีสานบ้านเรา มันไม่ได้ “กลายพันธุ์” ให้รุนแรงขึ้น แต่ความตระหนักรู้ของเราเพิ่มขึ้นตามกระแสข่าวในปัจจุบัน ประเทศไทย พบผู้ป่วยมากกว่า 4,000 รายต่อปี และอาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 20-30% โดยอัตรานี้จะสูงขึ้นในผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง เรื่องเข้าใจผิดที่ 2: “แค่หายใจก็ติดเชื้อได้” ความจริง: นี่คือความจริงเพียงครึ่งเดียวที่สร้างความกลัวเกินเหตุ คุณไม่สามารถติดโรคนี้จากการเดินตามท้องถนนในเมืองได้ และเชื้อโรคนี้ไม่ได้มีการแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางการหายใจเหมือนโรคโควิด การติดเชื้อทางการหายใจมักเกิดขึ้นเฉพาะในช่วง สภาพอากาศแปรปวนรุนแรง เช่น พายุฝนหรือพายุไต้ฝุ่น ซึ่งลมแรงพอที่จะทำให้เชื้อจากดินฟุ้งกระจายเป็นละอองฝอย…

พยาธิ(พะ-ยา-ธิ)โปรโตซัว Part 1 – แวะ มา คุย

พยาธิ(พะ-ยา-ธิ)โปรโตซัว Part 1 I แวะ มา คุย พยาธิ(พะ-ยา-ธิ)โปรโตซัว Part 1 I แวะ มา คุย พบกับ ดร.นพ.ขวัญชัย กุมภาพงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิโปรโตซัว และ ดร.จันทิรา สุทธิกรชัย ผู้ช่วยวิจัย (ผู้ชำนาญการพิเศษ) ภาควิชาพยาธิโปรโตซัว คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมพูดคุยแบบสบายๆเข้าใจง่ายๆ ในหลายๆประเด็นที่เกี่ยวกับความรู้ใหม่ๆทางด้านวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับเรื่องโปรโตซัว เชิญชมได้เลยครับ #โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน #podcast #เป็นไข้ให้เขตร้อนดูแล #พยาธิโปรโตซัว

รายการแวะ มา คุย : เลิกเหล้า? เลิกเลย

รายการแวะ มา คุย : เลิกเหล้า? เลิกเลย รายการแวะ มา คุย : เลิกเหล้า? เลิกเลย พบกับ รศ.นพ.กิตติยศ ภู่วรวรรณ รองผู้อำนวยการ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน, แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินอาหาร มาร่วมพูดคุยแบบสบายๆเข้าใจง่ายๆ ในหลายๆประเด็นที่เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น – ผลกระทบจาการดื่ม – ตับแข็งคืออะไร? – การเลิกแบบหักดิบทำได้มั้ย? – รวมไปถึงการให้กำลังใจในการเลิกดื่ม และ Music Video #โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน #podcast #เป็นไข้ให้เขตร้อนดูแล #เขตร้อนรีวิว #เลิกเหล้า

ทำความรู้จักกับไวรัส RSV แบบเข้าใจง่าย

ทำความรู้จักกับไวรัส RSV แบบเข้าใจง่าย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับไวรัส RSV แบบเข้าใจง่ายๆกันนะครับ ไวรัส RSV มีชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ “มีอาการคลายไข้หวัดแต่จะรุนแรงกว่า และอาจสร้างความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้” สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่กลุ่มที่เสี่ยงก็จะเป็นเด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ โรคนี้ติดต่อได้ง่าย ผ่านทางสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ และอาจแพร่กระจายโดยการไอ จาม หรือการหายใจเอาเชื้อไวรัสที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ หรืออาจจะเป็นการสัมผัสภาชนะหรือพื้นผิวต่างๆ ก็อาจจะติดเชื้อได้เช่นกัน อาการสำคัญของโรคนี้คือ มีไข้ มีน้ำมูก ไอ มีเสมหะ อาจจะดูเป็นอาการพื้นๆทั่วไป แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่มีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย เบื่ออาหาร เซื่องซึม ต้องรีบไปพบแพทย์อย่างด่วน “เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิตได้” ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของอาการปอดอักเสบติดเชื้อ หรือหลอดลมอักเสบได้ RSV ตอนนี้มีวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอาการรุนแรง ซึ่งสามารถใช้ได้ในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนท้องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กในครรภ์ แต่อย่างไรก็ตามแนะนำ *ปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีนนะครับ เราสามารถป้องกันตนเองให้ห่างจาก RSV ได้ โดยการสวมหน้ากากอนามัย…

คุยกับนักกายภาพ ที่ไม่ใช่เรื่องกายภาพ ! I แวะ มา คุย : นักกายภาพบำบัด EP2

คุยกับนักกายภาพ ที่ไม่ใช่เรื่องกายภาพ ! I แวะ มา คุย : นักกายภาพบำบัด EP2 รายการแวะ มา คุย EP.2 พบกับน้องๆนักกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในเรื่อง คุยกับนักกายภาพ ที่ไม่ใช่เรื่องกายภาพ แวะ มา คุย : รายการที่จะพาบุคลากรทั้งใน และนอกโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มาพูดคุยกันสบายๆ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมอง ประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และแนวคิดของแขกรับเชิญแต่ละคน #โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน #podcast #เป็นไข้ให้เขตร้อนดูแล #เขตร้อนรีวิว #กายภาพบําบัด

เส้นทางการเป็นหมอในแต่ละช่วง I แวะ มา คุย : ผศ.ดร.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ EPแรก

เส้นทางการเป็นหมอในแต่ละช่วง I แวะ มา คุย : ผศ.ดร.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ EPแรก รายการแวะ มา คุย รายการที่จะพาบุคลากรทั้งใน และนอกโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มาพูดคุยกันสบายๆ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมอง ประสบการณ์ และแนวคิดของแขกรับเชิญแต่ละคน EPแรก พบกับ ผศ.ดร.นพ.สัณฑ์ ม่วงน้อยเจริญ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน #โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน #podcast #เป็นไข้ให้เขตร้อนดูแล #เขตร้อนรีวิว

หากสงสัยว่าเป็นโควิดในช่วงนี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร? (ข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ค. 2025)

หากสงสัยว่าเป็นโควิดในช่วงนี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร? (ข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ค. 2025) หากสงสัยว่าเป็นโควิดในช่วงนี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร? (ข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ค. 2025) 1. สังเกตอาการของตัวเองว่ามีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ มีไข้สูง ปวดเมื่อย เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอ หายใจหอบ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโควิดมา 2.หากมีอาการหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงให้ทำการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ถ้าผลเป็นบวกให้ปฏิบัติตนต่อไปนี้ – ให้ทำการแยกตัวเอง หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมและสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัย รักษาความสะอาดล้างมือบ่อยๆ แยกของใช้ส่วนตัว ที่สำคัญให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ให้จำไว้เสมอว่า “เราปลอดภัย คนรอบข้างปลอดภัย” – สำหรับคนปกติทั่วไปให้พักผ่อน กินยาลดไข้ ดูแลตัวเอง จนอาการดีขึ้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันอาการจะดีขึ้นตามลำดับ Note : กรณีที่เป็นกลุ่ม*608 ผู้ที่มีอาการรุนแรง หรือผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิดเลย…

Anthrax “แอนแทรกซ์” (ฉบับประชาชนแบบเข้าใจง่าย)

Anthrax “แอนแทรกซ์” (ฉบับประชาชนแบบเข้าใจง่าย) เชื้อ Anthrax (ฉบับประชาชนแบบเข้าใจง่าย) Anthrax หรือ “แอนแทรกซ์” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งพบในสัตว์ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ที่ติดเชื้อ และสามารถติดต่อสู่คนได้ ดังนี้ 1. ติดจากการสัมผัสเชื้อผ่านบาดแผล 2. สูดดมสปอร์ของเชื้อ 3. กินเนื้อดิบหรืออาหารปนเปื้อนเชื้อ เมื่อติดเชื้อแล้ว จะทำให้มีอาการ – ไข้ – ปวดท้องรุนแรง – คลื่นไส้ อาเจียน – หายใจลำบาก – มีแผลจุดดำ คล้ายบุหรี่จี้ Note : หากมีอาการรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ด่วน! เพราะอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ การป้องกัน 1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย หรือซากสัตว์ อย่าสัมผัสสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ สวมถุงมือเมื่อทำงานกับสัตว์ หรือทำผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 2. ปรุงอาหารให้สุก หลีกเลี่ยงการกินเนื้อดิบหรือเนื้อที่ไม่ผ่านการปรุงสุก โดยเฉพาะจากสัตว์ที่ไม่แน่ใจว่าปลอดภัย 3.…